“พระอาทิตย์ขึ้นทุกวัน”

ขึ้นเหมือนเดิม ทางทิศเดิมเป็นปกติ เราเคยชินกับมัน เผลอใช้เวลาไปกับสิ่งคุ้นชิน ตื่นตามเสียงโทรศัพท์ปลุก ลุกขึ้น เช็คข่าว อาบน้ำ ไปทำงาน รถติด จนมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่รอบตัว “เมื่อวันแต่ละวันนั้นผ่านไปเหมือนกันมันเป็นเพราะผู้คนไม่ใส่ใจกับบางสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในทุกวันที่พระอาทิตย์ขึ้น” แค่อยากให้รู้ไว้ ชีวิตมีสิ่งดีๆ และความแปลกใหม่เสมอถ้าเรามองค้นหามัน ไม่ต้องถึงกับพยายาม เพียงสังเกตก็เจอ

“รู้จักพอ”

ชื่อเสียงกับตัวเอง อย่างไหนน่าหวงแหน….มากกว่ากันตัวเองกับทรัพย์สมบัติ อย่างไหนมีค่า….มากกว่ากันรักษาชีวิตไว้ได้แต่สูญเสียทุกสิ่ง รักษาทุกสิ่งไว้ได้แต่สิ้นชีวิต อย่างไหนน่าเศร้าและเจ็บปวดมากกว่ากันความจริงมีอยู่ว่า ผู้พึงใจในชื่อเสียง ย่อมไม่ใยดีกับความยิ่งใหญ่ / ผู้พึงใจจะมีมาก ย่อมละทิ้งความร่ำรวยผู้ที่รู้จักเพียงพอ จะไม่พบกับความอัปยศ / ผู้ที่รู้จักหยุดในเวลาที่เหมาะสม จะไม่ตกอยู่ในภยันตราย .. เขาจึงมีชีวิตอยู่ได้ยาวนาน จาก เต๋า เต๋อ จิง บทที่ 44

“ว่าด้วยความคิด”

คนโง่ ทำก่อนแล้วถึงคิด จึงผิดพลาดอยู่เนือง ๆ ต้องเปลืองเวลาและความรู้สึกตามแก้ปัญหาไม่สิ้นสุด คนฉลาด คิดมากก่อนแล้วถึงทำ จึงเพ้อเจ้ออยู่เป็นประจำ แม้ประสงค์จะทำดีมากแต่ทำได้น้อง เพราะเขม่าความคิดปิดกั้นความหาญกล้า คนเจ้าปัญญา คิดไปทำไป จึงทำได้อย่างที่คิด และคิดพอดีที่ทำ ประหยัดพลังงานและบริหารเวลาได้เหมาะสม ลดความหลอนป้องกันความผิดพลาดขื่นขมและประสบความสำเร็จโดยไม่เหน็ดเหนื่อย จากหนังสือ คนโง่ คนฉลาด คนเจ้าปัญญา